วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

นโยบาย ตปท. เพื่อไทย เน้นสานสัมพันธ์นานาชาติ

ว่าที่นายกรัฐมนตรี เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับนานาชาติ โดยเน้นบุคลิกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่การแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นข้อถกเถียงระหว่างนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและว่าที่นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้เอกอัครราชทูตออสเตรียประจำประเทศไทยและเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีภายหลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเอกอัครราชทูตออสเตรีย กล่าวแสดงความยินดีที่พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะเลือกตั้ง พร้อมสนุบสนุนรัฐบาลชุดใหม่ทั้งด้านการค้า ความมั่นคง และนโยบายสร้างความปรองดอง ขณะเดียวกันได้แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้เสียโอกาสในการเป็นผู้นำอาเซียน ซึ่งเข้าใจดีว่าไทยไม่ใช่ประเทศเดียวในโลกที่ประสบปัญหาความขัดแย้ง แต่เห็นว่าประเทศไทยเดินมาถูกทางแล้ว สำหรับการสร้างความปรองดองขึ้นภายในประเทศ


ด้านอุปทูตรัสเซีย มองว่าการเลือกตั้งเป็นรากฐานสำคัญในการเข้าเดินหน้าสู่แนวทางความปรองดอง พร้อมระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซีย ที่มีความสัมพันธ์มากว่า 165 ปี โดยโอกาสนี้ ทั้งสองประเทศได้กล่าวเชิญชวน นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางเยือนประเทศอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายหลังเข้ารับตำแหน่ง



ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ย้ำว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศได้ เข้าใจพื้นฐานทางการทูตเป็นอย่างดี เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีความต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับนานาประเทศ อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่จำกัดว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งจะต้องเป็นบุคคลภายในหรือนอกพรรค แต่ต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ

 

ส่วนปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ประสาทพระวิหารหว่างไทยกับกัมพูชา จนเป็นการตอบโต้ไปมาระหว่างนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งต่างฝ่ายต่างยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดมาจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของตนเอง

 

Produced by VoiceTV