| เเม้ กกต.จะประกาศรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีเเล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 บัญญัติไว้ว่า หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นจะต้องมีการประชุมสภาผู้แทนราษฏรครั้งแรกภายใน 30 วัน ซึ่งนั้นหมายความว่าจากนี้ไปคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีเวลาอีก 7 วัน ในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม และเมื่อผ่านขั้นตอนแรกได้แล้ว ให้สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา เป็นผู้ทำเรื่องกราบบังคมทูลฯเพื่อขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.จนครบจำนวนตามที่มาตรา 93 ระบุไว้ หรือไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดที่มี หรือ 475 จาก 500 ที่นั่ง 3.เมื่อได้ ส.ส.ครบตามจำนวนที่จะเปิดการประชุมตามมาตรา 93 ได้ การประชุมนัดแรกก็จะมีการเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิ์เสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ และต้องได้รับการรับรองจากสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 คน ถ้ามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก แต่ถ้ามีการเสนอชื่อมากกว่า 1 ชื่อก็ให้ใช้วิธีการลงคะแนนแบบการลับ 4.หลังเมื่อเลือกประธานและรองประธานได้แล้ว ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลฯ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนอง ซึ่งกรณีคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี 5.หลังจากที่มีการเรียกประชุมสภาฯเป็นครั้งแรกไปแล้วถัดมาอีก 30 วัน สภาฯจะต้องพิจารณาผู้ที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จ ตามที่มาตรา 172 กำหนดไว้ โดยการเสนอชื่อคนเป็นนายกฯ ต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดที่ กกต.รับรองให้การรับรอง และผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯ ต้องได้คะแนนเสียงมากกว่า 50 เปอร์เซนต์ของจำนวน ส.ส. ที่มีอยู่ แต่ถ้ายังเลือกกันไม่ได้ ก็ให้นำมาตรา 173 บังคับใช้แทน คือหากเกิน 30 วันแล้วนับตั้งแต่ประชุมสภาครั้งแรกยังไม่มีใครได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 50 เปอร์เซ็นต์ ให้ประธานสภาผู้แทนฯ นำชื่อคนที่ได้คะแนนสูงสุด ขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 15 วัน หลังพ้นกำหนด Produced by VoiceTV |