วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เสวนาค่าแรงขั้นต่ำใครได้ใครเสีย

อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นเรื่องนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทว่า จะช่วยให้ลูกจ้างมีรายได้เหมาะสมกับการพัฒนาของประเทศ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่ตัวแทนนายจ้าง ระบุว่า การใช้นโยบายนี้จะส่งผลต่อระบบธุรกิจและอาจมีการลดการจ้างงาน 

 

ในงานเสวนาหัวข้อ "สามร้อยบาทชะตากรรมใคร? รัฐบาล นายจ้าง หรือลูกจ้าง" ซึ่งจัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เครือข่ายองค์กรแรงงาน และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท  ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็นแนวคิดที่เหมาะสม เพราะลูกจ้างถูกกดค่าแรง และไม่สามารถมีรายได้เพียงพอต่อรายจ่าย ซึ่งนายจ้างควรปรับตัว และสร้างจุดเด่นของภาคอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ แทนที่จะสร้างจุดเด่นด้านค่าแรงราคาถูก

 

ขณะที่ตัวแทนนายจ้าง แสดงความเห็นว่า ควรมีการหารือแบบไตรภาคี ระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง รวมทั้งมีการปรับขึ้นค่าแรงแบบค่อยเป็นค่อยไป และให้เวลาภาคธุรกิจได้ปรับตัว ซึ่งหากรัฐบาลใหม่ใช้นโยบายนี้จริง ธุรกิจเอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก และอาจต้องลดการจ้างงาน

 

ด้านกรรมการอำนวยการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า เครือข่ายแรงงานผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด และอยากให้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทใช้กับทุกจังหวัด ไม่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น

 

นอกจากนี้เครือข่ายสมานฉันท์แรงงานไทยยังต้องการให้รัฐบาลดำเนินการตามนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทที่วางไว้ภายในต้นปีหน้า เพราะหากไม่ปฏิบัติตามทางเครือข่ายแรงงานอาจมีการนัดรวมตัวเคลื่อนไหว

 

Produced by VoiceTV