วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ยังไม่รื้อคันกั้นน้ำ ถ.วิภาวดีฯ ขาเข้า

ยังไม่รื้อคันกั้นน้ำ ถ.วิภาวดีฯ ขาเข้า

ระดับน้ำบน ถ.วิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้าลดลงมาก จนรถเล็กสามารถสัญจรไปได้ถึงคันกั้นน้ำหน้า สน.ดอนเมือง แต่ฝั่งกลับกันน้ำยังท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร

 

ขณะที่ชาวดอนเมืองเหนือคันกั้นน้ำ ต้องผิดหวัง เพราะวันนี้ ศปภ. ยังไม่รื้อคันกั้นน้ำตามมติที่ให้ไว้เมื่อวานนี้ ทำให้พวกเค้าต้องทนอยู่กับน้ำเน่าเหม็นต่อไป

 

ชาวดอนเมืองคนนี้เฝ้ารอมาตลอดช่วงบ่าย ว่า ศปภ.จะส่งเจ้าหน้าที่มารื้อคันกันน้ำบน ถ.วิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้า ตามมติเมื่อวานนี้หรือไม่ แต่เมื่อรู้ว่ายังไม่สามารถรื้อได้ในวันนี้ เค้าจึงรู้สึกผิดหวัง เพราะนั่นหมายความว่าจะทนอยู่กับน้ำเน่าเหม็นต่อไปอีกหลายวัน หลังจากที่ต้องอยู่ในสภาพนี้มากว่า 1 เดือนแล้ว

 

เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนคันกั้นน้ำบน ถ.วิภาวดีฯฝั่งขาเข้าได้ในวันนี้ เพราะต้องใช้เครื่องจักรกลหนัก เนื่องจากคันกั้นน้ำนี้ สร้างขึ้นจากหินคลุก และวางแท่นคอนกรีตขนาดใหญ่ทับอีกชั้น


เบื้องต้นวางแผนจะทำเป็นฝายน้ำล้น เพื่อควรคุมระดับน้ำไม่ไหลเข้าไปในสนามบินดอนเมืองเพิ่มเติม รวมทั้งจะรื้อเกาะกลางถนนออกบางจุด เพื่อผันน้ำไปยัง ถ.วิภาวดีฯ ฝั่งขาออกเพิ่มขึ้น โดยจะรีบประสานฝ่ายช่างให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด

 

ผลจากการรื้อคันกั้นน้ำบน ถ.วิภาวดีฯ ฝั่งขาเข้า อาจจะทำให้ช่องทางขาเข้ามีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่พบว่าในวันนี้น้ำลดลงจนรถเล็กสามารถสัญจรได้แล้ว  เจ้เล้ง  เจ้าของร้านขายสินค้าต่างประเทศชื่อดัง ย่านดอนเมือง บอกว่า วันนี้น้ำลดลงจนเกือบแห้งสนิท แต่ยังไม่สามารถเปิดขายได้ เนื่องจากการเดินทางยังไม่สะดวก แม้น้ำจะไม่ไหลเข้าท่วมภายในร้าน แต่ก็สูญเสียรายได้ไปกว่าร้อยล้านบาท

 

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในสนามบินดอนเมือง ระดับน้ำลดลงแล้ว ทำให้เห็นสภาพความเสียหายที่ตั้ง ศปภ.แห่งแรกของรัฐบาล แต่บางจุดซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำและแอ่งกระทะยังมีน้ำท่วมขัง รวมทั้งพื้นรันเวย์ 

ส่วนถนนวิภาวดีฯ ขาเข้า ด้านหน้าสนามบินดอนเมือง ยังมีน้ำท่วมขังเป็นบางจุด รถเล็กสามารถผ่านได้ แต่ในฝั่งกลับกันระดับน้ำยังท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร

 

Produced by VoiceTV