| ผู้นำนานาชาติเรียกร้องให้พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ลงจากตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการตอบรับใดๆ ขณะที่ในลิเบีย ยังเกิดการปะทะระหว่างกองกำลังฝ่าย พันเอกกัดดาฟีกับฝ่ายต่อต้านอีกครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก กองกำลังของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ใช้รถถัง ปืนใหญ่ และจรวดเพลิง ถล่มกองกำลังฝ่ายต่อต้านพันเอกกัดดาฟี ใกล้กับเมืองมิสราตา ฐานที่มั่นของฝ่ายต่อต้าน ส่งผลให้ประชาชนฝ่ายต่อต้านเสียชีวิตทั้งสิ้น 31 ราย และบาดเจ็บอีกประมาณ 110 คน นอกจากนี้กองกำลังของพันเอกกัดดาฟี ยังเข้าปิดล้อมเมืองบาร์เบอร์ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงทริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 600 กิโลเมตร เพื่อเปิดแนวรบแนวใหม่ เหตุการณ์ปะทะระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่ายนี้ ทำให้ผู้นำนานาชาติเริ่มออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในลิเบียอีกครั้ง โดยนายราเซพ เทยิพ เออร์โดแกน นายกรัฐมนตรีของตุรกี กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศลิเบียตอนนี้ไม่มีทางออกแล้ว เว้นแต่พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี จะยอมเดินทางออกนอกประเทศ โดยก่อนหน้านี้ ตุรกีและชาติอื่นๆ เคยยื่นข้อเสนอให้กับพันเอกกัดดาฟีไปแล้ว ว่าจะให้พันเอกกัดดาฟีเดินทางลี้ภัยไปที่ใดก็ได้ แลกกับให้สถานการณ์ภายในประเทศสงบ แต่ก็ยังไม่มีการตอบรับ เช่นเดียวกับนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่ามีการเจรจากับคนใกล้ชิดของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟีไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆเช่นกัน ด้านสถานการณ์ในประเทศซีเรีย ก็ยังคงรุนแรงเมื่อกองกำลังซีเรียใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุม ในเมืองมารัต อัลนูมาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย ด้วยการใช้เฮลิคอปเตอร์ติดปืนกราดยิงใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมหลายพันคนต้องวิ่งหาที่หลบใต้สะพานและภายในบ้าน รวมทั้งใช้รถถังเข้าปิดล้อมและโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 23 ราย ทั้งนี้สำนักข่าวของรัฐรายงานว่า ทหารต้องเข้าสลายการชุมนุม เนื่องจากประชาชนที่ประท้วง ทำการปิดล้อมกองบัญชาการความมั่นคงที่เมืองดังกล่าวและกราดยิงเข้าไปภายใน จนเป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิต รวมถึงมีการจุดไฟเผาสำนักงานศาลและสถานีตำรวจด้วย Produced by VoiceTV |
