วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สิงคโปร์ วิเคราะห์เลือกตั้งไทย

หัวหน้าฝ่ายศึกษาด้านความมั่นคงและการจัดการ แห่ง UniSim Business School ของสิงคโปร์ วิเคราะห์ เลือกตั้งไทย 'สงครามแย่งชิงการเปลี่ยนดุลอำนาจ'

 

ศาสตราจารย์ อันโนนิโอ แอล รัปปา หัวหน้าฝ่ายศึกษาด้านความมั่นคงและการจัดการ แห่ง UniSim Business School ของสิงคโปร์  ได้เขียนบทความวิเคราะห์การเลือกตั้งของไทยที่กำลังจะมาถึงนี้ มีเนื้อหาระบุว่า การเลือกตั้งของไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.นี้ จะเป็นการตัดสินการเปลี่ยน 'ดุลอำนาจ' ระหว่างพรรคประชาธิปไตยและพรรคเพื่อไทย 
 
โดยการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สำคญที่จะตัดสินการวางโครงสร้างทางการเมืองของเมืองไทยที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งจะเป็นศึกระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวคนเล็กของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
 
บทความระบุว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะ ชัยชนะครั้งนี้จะสร้างความชอบธรรมทางกฎหมายให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดปัจจุบัน และยืนยันว่าประชาชนสนับสนุน 'ความต่อเนื่องทางการเมือง' โดยต้องการให้กองทัพอยู่แต่ในกรอบรั้วในค่ายทหาร และยังเป็นการรับรองต่อการจัดการวิกฤตต่าง ๆ ของประเทศไทยของผู้นำพรรคประชาธิปัตย์นับตั้งแต่เขาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2008 และขณะเดียวกัน ชัยชนะนี้ยังจะเป็นการทำให้กลุ่มนักวิจารณ์นายอภิสิทธิ์ต้องปิดปากเงียบเลิกโจมตีด้วย
 
ในทางตรงกันข้าม หาก 'พรรคเพื่อไทย' เป็นฝ่ายชนะ ก็จะสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มหัวอนุรักษ์และกลุ่มชนชั้นนำ ขณะเดียวกัน ชัยชนะนี้จะเป็นการยืนยันการสนับสนุนนางยิ่งลักษณ์ที่เป็นไปอย่างเข้มแข็ง และการสนับสนุนต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในทางอ้อมด้วย มันยังเป็นชัยชนะของ 'กลุ่มคนเสื้อแดง' ที่ต่อสู้คัดค้านกับโครงสร้างอำนาจเดิมของกลุ่มเสื้อเหลืองที่สนับสนุนกลุ่มชนชั้นนำ และหาก 'เพื่อไทย' จัดตั้งรัฐบาล ก็คาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้งในสังคมไทย โดยจะมีการชูประเด็นเรื่องการนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งต้องต่อสู้กับคำตัดสินของศาล
 
นอกจากนี้ 'กลุ่มคนเสื้อแดง' คาดว่าจะมีการ 'รื้อฟื้นคดีเก่าๆ' เช่น การสังหารพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ 'เสธแดง' จากมือปืนลึกลับ และการกักขังกลุ่มผู้นำคนเสื้อแดงหลาย ๆ คน
 
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของแต่ละพรรคทั้งสองยังขึ้นกับปัจจัยหลายต่าง ๆ เช่น วัฒนธรรมการประท้วงของคนไทย,จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง,การเสี่ยงเดิมพันทางเศรษฐกิจ และช่องว่างระหว่างกลุ่มชนร่ำรวยและกลุ่มชนยากจน คนไทยนั้นไม่กลัวที่จะต่อสู้กับรัฐบาลแม้ว่ามันจะต้องทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องจบลง ดังนั้น คาดว่า อาจจะมีการการประท้วงบนท้องถนนและการวางระเบิดเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า
 
บทความระบุว่า ในขณะที่ 'กลุ่มเสื้อแดง' โดยผิวเผินแล้วจะมีกลุ่มผู้สนับสนุนที่เด่นชัดราวล้านคน ทว่าจริงๆ แล้ว พวกเขาได้ใช้เวลาหยั่งรากลึกกับฐานอำนาจเดิม ที่ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ แต่รวมทั้งภาคกลางรอบ ๆ กรุงเทพ
 
ถึงตอนนี้ กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยคนเสื้อแดงที่ต่อสู้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ มีโอกาสที่จะชนะ ในห้วงที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองเกิดความไม่พอใจต่อผู้นำของพวกเขาเอง โดยผู้นำบางคนยังคัดค้านฟ้องศาลในประเด็นต่างๆ  รวมทั้งความไม่พอใจต่อท่าทีของรัฐบาลอภิสิทธิ์ต่อปัญหาพิพาทเขาพระวิหาร โดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ได้แสดงให้เห็นว่า พรรคมีการจัดตั้งที่ดีกว่าด้วยกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะที่พรรคเสื้อเหลือต้องการให้มีการฟื้นเสียงของชนชนสูงให้เข้มแข็งขึ้น จึงกล่าวได้ว่า กลุ่มเสื้อเหลืองจึงมีศักยภาพที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ได้เช่นกัน
 
บทความระบุว่า นักวิเคราะห์วิตกกำลังวิตกว่า การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลือง จะทำให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องหายนะ และนำไปสู่การแทรกแซงของกองทัพ ซึ่งที่ผ่านมาได้ประกาศความตั้งใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ถึงขณะนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังได้ปฎิเสธความต้องการของฝ่ายค้านที่ต้องการให้"ผู้สังเกตการณ์ต่างชาติ"เข้ามาร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
 
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กองทัพกำลังตื่นตัวกับช่วงเวลาใกล้การเลือกตั้ง คู่แข่งทั้งสองคือ อภิสิทธิ์ และ ยิ่งลักษณ์ ต่างได้รับปฎิกิริยาตอบรับอย่างคละเคล้ากันไปในจังหวัดต่างๆ  ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์บางคนเชื่อว่า ในขณะที่อภิสิทธิ์ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีดีกรีจบจากมหาวิทยาอ๊อกซ์ฟอร์ด แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจมีโชคดีกว่า และผลของการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.จะเป็นเครื่องตัดสินว่า 'ความต่อเนื่อง'หรือ 'ความเปลี่ยน' ฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะ

 

Source : matichon/VoiceTV (Flie Image)