![]() กกต.ระบุดูแลตรวจสอบทุจริตทุกรูปแบบ ตามกระบวนการ ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนกรณีปลดป้ายโหวตโน อยู่ระหว่างดำเนินการ
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบว่า พฤติกรรมการโอนเงินที่คล้ายกับแชร์ลูกโซ่ในช่วงเลือกตั้ง เข้าข่ายการทุจริตรูปแบบใหม่หรือไม่นั้น นายสุทธิพล ระบุว่า การร้องเรียนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันดุเดือดในครั้งนี้ ซึ่ง กกต.ได้ดูแลและดำเนินการตรวจสอบไปตามกระบวนการ โดยไม่แบ่งแยกหรือเข้าข้างฝ่ายใด จึงขอให้มั่นใจและอย่าระแวงว่า กกต.ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และการแสดงความไม่เชื่อมั่นใน กกต. ก็อาจทำให้เจ้าหน้าที่เสียกำลังใจได้ ทั้งนี้ เรื่องที่มีการแจ้งเข้ามามีหลายรูป แต่ต้องแยกระหว่างการแจ้งเบาะแสซึ่งมีมาก ออกจากเรื่องคัดค้าน ที่ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน ถ้ามีข้อมูลชัดเจนก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ส่วนการรณรงค์ไม่ให้เกิดการซื้อเสียงนั้น เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ กกต. เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก หากทุกฝ่ายยังคงโจมตีกัน การเลือกตั้งก็จะไม่เกิดประโยชน์ ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการปลดป้ายโหวตโน ตามที่พรรคเพื่อไทยร้องเรียนนั้น นายสุทธิพล ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว คาดว่าวันนี้จะมีการรายงานผลในที่ประชุม แต่การดำเนินการกับป้าย ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้ กกต.ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทั้งนี้ ป้ายโหวตโนที่มีการร้องเรียนเข้ามาขณะนี้ มี 3 รูปแบบ คือเป็นป้ายที่มีโลโก้พรรคชัดเจน ป้ายที่ไม่มีโลโก้พรรค และป้ายคัตเอ้าท์ขนาดใหญ่ ซึ่งป้ายใดควรถูกปลด ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นป้ายหาเสียงหรือไม่ หากเป็น ก็ต้องมีขนาดและจำนวนที่ถูกต้องตามที่ กกต.กำหนด ไม่เช่นนั้น ก็จะถูกสั่งปลด แต่ถ้าไม่ใช่ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการแทน ส่วนกรณีที่ตำรวจเตรียมดำเนินการปราบปรามการเล่นพนันผลการเลือกตั้งนั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจยังไม่ได้ประสานงานมาที่ กกต. ว่าพบการพนัน แต่ในทางกฎหมาย การพนันเป็นความผิดอาญาที่ตำรวจสามารถจับกุมและลงโทษได้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับการจำหน่ายสุราในช่วงเวลาต้องห้าม ส่วน กกต.จะมีหน้าที่ดูแลเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับการหาเสียง การทุจริตเลือกตั้งของพรรคการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ ยอมรับว่า ในภาคอีสานมีปัญหาเรื่องการซื้อเสียงด้วยการโอนเงิน แต่ กกต.ได้ประสานกับทางธนาคารพาณิชย์ไว้และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินไว้แล้ว หากพบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ ให้แจ้งให้ กกต.ทราบ แต่ถ้าเป็นธุรกรรมเงินนอกระบบ กกต.ก็มีอำนาจขอให้ศาลสั่งระงับการดำเนินการก่อนได้ ส่วนกรณีที่นายแก้วสรร อติโพธิ และนายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทยว่าเกี่ยวข้องกับคดีซุกหุ้นของอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายสุทธิพล มองว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เนื่องจากเรื่องเพิ่งเข้ามา แต่ กกต.จะทำหน้าที่ไปตามระเบียบ ส่วนจะเอาผิดผู้ร้องในฐานะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียคะแนนนิยมได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายหรือไม่ ซึ่งกฎหมายข้อนี้ ถ้าระบุว่า ผู้ใดยื่นร้องเรียนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคการเมือง ผู้ถูกร้องก็สามารถยื่นเอาผิดได้
Produced by VoiceTV |
