![]() นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไึตย แสดงความคิดเห็นต่อบทความเปิดใจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เขาเขียนผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาดังนี้
" เข้าใจว่าเฟสบุ๊กของนายกฯ เวลาพูดเรื่องสำคัญ ๆ ด้วย มักมีคนดูมากแถมยังมีหนังสือพิมพ์นำไปลงอีก จึงมีคนอ่านมากเป็นพิเศษ ทำให้รู้สึกว่าควรมีคนวิจารณ์
แต่ทุกครั้งที่นายกฯพูดอะไรในเฟสบุ๊ก แล้วมีคนดูมากหรือเมื่อไรที่แฟนคลับของนายกรัฐมนตรีในเฟสบุ๊กเคลื่อนไหว นายกฯควรทราบด้วยว่าเฟสบุ๊กและเวบของฝ่ายตรงข้ากับนายกฯ ถูกปิดเป็นร้อยเป็นพันรายหรือกระทั่งเป็นหมื่นราย ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกฯควรละอายแก่ใจ
ที่นายกฯบอกว่าหลังการเลือกตั้งปี50แล้ว ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯเลยจนกระทั่งนายกฯสมัคร เปิดประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ แล้วเกิดกระแสต่อต้านนั้นจริงหรือ?
ผมเข้าใจว่าคุณอภิสิทธิ์คิดเป็นนายกฯ มาตั้งแต่รัฐประหารใหม่ๆ และโดยเฉพาะเมื่อคมช.มีแผนบันได 4 ขั้นออกมา ซึ่งระบุว่าต้องการให้ปชป.เป็นรัฐบาลแล้ว
การเคลื่อนไหวของกกต.ที่ให้ใบแดงฝ่ายพลังประชาชนก็ดี การเคลื่อนไหวของพันธมิตรก็ดี มีหรือที่คุณอภิสิทธิ์กับพวกจะไม่รู้และไม่คิดว่านั่นจะนำไปสู่การเป็นนายกฯของคุณอภิสิทธิ์
คุณอภิสิทธฺบอกว่าได้ระมัดระวังที่จะแยกแยะบทบาทของพรรคการเมืองกับพันธมิตรออกจากกัน อะไรที่ไม่เห็นด้วยก็แสดงจุดยืนทุกครั้ง
แต่ใครๆก็รู้ว่า แกนนำของปชป.จำนวนมาก ร่วมวางแผนกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด ยังไม่ต้องพูดถึงแกนนำพันธมิตรก็ใกล้ชิดหรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับปชป.
คุณอภิสิทธิ์บอกว่า เมื่อพันธมิตรเรียกร้องให้นายกฯสมัครลาออก ตนจึงเสนอให้นายกฯยุบสภา ที่ไม่เสนอให้ลาออกเพราะไม่ต้องการทำตามการกดดันของพันธมิตร
ถ้าใช้ตรรกะเดียวกัน เวลานปช.เรียกร้องให้นายกฯอภิสิทธ์ยุบสภา นายกฯก็ควรลาออกเพื่อคลี่คลายวิกฤตทางการเมืองโดยไม่ต้องทำตามนปช. แต่ก็ไม่
จนเหตุการณ์บานปลาย มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งนายกฯ ก็ลืมพูดถึงสิ่งที่เคยพูดไว้ว่า คนตายคนเดียวก็ไม่ได้อะไรนั่น
คุณอภิสิทธ์บอกว่า ได้ข่าวก่อนแล้วว่า พรรคพลังประชาชนจะถูกยุบ แต่ไม่คิดว่าปชป.จะได้ประโยชน์ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลคงจับมือกันต่อ
จริงๆแล้วคุณอภิสิทธ์ ต้องรู้อยู่แล้วว่าพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตยก็จะถูกยุบด้วยแน่ และระหว่างนั้นปฏิบัติการงูเห่า ก็เริ่มมีการเตรียมการแล้ว การร่วมมือของฝ่ายพันธมิตร องค์กรตามรัฐธรรมนูญและผู้นำกองทัพก็เป็นไปอย่างใกล้ชิด ที่ว่าไม่คิดว่าปชป.จะได้ประโยชน์จึงไม่เป็นความจริงแน่
คุณอภิสิทธ์บอกว่า ทหารไม่มีอำนาจบีบบังคับพรรคการเมือง โดยอ้างว่ามีการแข่งขันในสภาอย่างเข้มข้น แต่ความจริงแล้วผู้นำกองทัพขู่พรรคการเมืองหลายพรรคว่า ถ้าไม่ร่วมกับประชาธิปัตย์ก็จะรัฐประหาร ถ้าร่วมก็จะช่วยให้ตั้งรัฐบาลได้และจะช่วยให้อยู่ยาว
นายกฯบอกว่ามีคนเตือนหลายคน ว่าไม่ควรรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะจะเสียทางการเมือง มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง แต่ตนก็ต้องยอมเปลืองตัว เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้
คำว่าให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ดูเหมือนจะเป็นเหตุผลสำคัญของนายกฯที่ใช้ในหลายโอกาสมาก แม้แต่การหาเสียงเลือกตั้งในขณะนี้ ก็เชิญชวนคนร่วมเดินไปข้างหน้า
ถ้าจะพูดเรื่องทำอะไรเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ ถ้าไม่ทำบ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้นั้นหมายถึงการรับตำหน่งนายกฯโดยทำลายหลักการหลายๆเรื่องอย่างนั้นด้วยหรือ
เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ใช่หรือไม่ ที่คุณอภิสิทธิ์กับประชาธิปัตย์ บอยคอตการเลือกตั้ง หรือว่าเพื่อให้การรัฐประหารเดินหน้าไปได้ในเวลาต่อมา?
ใช่หรือไม่ที่คุณอภิสิทธิ์ทำเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ด้วยการอธิบายว่าการรัฐประหารเป็นเผด็จการเพียงรูปแบบ แต่มีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตย
การอ้างแต่เพียงให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าหลายๆครั้งของคุณอภิสิทธิ์ จึงไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาเลย
คุณอภิสิทธิ์ บอกว่าคิดว่าถ้าไม่ทำตัวเป็นชนวน หรือเงื่อนไขของความขัดแย้ง...ทุกอย่างจะเดินไปข้างหน้าได้ แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น
จริงหรือที่ว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่ทำตัวเป็นชนวนหรือเงื่อนไขของความขัดแย้ง แต่กลับเกิดปัญหาต่างๆตามมา ผมคิดว่าคุณอภิสิทธิ์ได้วางตัวเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง อยู่ศูนย์กลางของความขัดแย้งมาตลอด ตั้งแต่ก่อนการรัฐประหารมาถึงทุกวันนี้ต่างหาก
คุณอภิสิทธิ์บอกว่าตั้งใจทำตามที่สัญญากับประชานไว่ว่า...จะสร้างรากฐานเปลี่ยนแผลงสังคมไทย......ถามว่าจริงหรือที่คุณอภิสิทธิ์กับพวกกำลังพยายามสร้างรากฐานเปลี่ยนแปลงสังคมไทย สิ่งที่ทำกันอยู่คือการพยายามรักษาโครงสร้างระบบที่เป็นเผด็จการล้าหลังเสียมากกว่า ถ้าจะมีความพยายามเปลี่ยนแปลง ก็คือการกระชับอำนาจของคนชั้นนำให้เข้มแข็งกว่าในอดีตเท่านั้นเองมิใช่หรือ
คุณอภิสิทธิ์ถามว่า การดำรงตำแหน่งของตนขัดต่อหลักประชาธิปไตยไหม ถ้ามองโดดๆเพียงการดำรงตำแหน่งภาพก็คงไม่ชัดนัก แต่ถ้ามองในบริบทที่กว้างกว่าคือ รวมถึงความเป็นมา การได้มาซึ่งอำนาจ วิธีการที่ทำให้ตนเองคงอยู่ในตำแหน่งแล้ว ผมก็เชื่อว่ามันขัดหลักประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียว
ประเด็นสุดท้ายคุณอภิสิทธิ์ บอกว่าถ้าจะมีความผิดก็คงมีประการเดียว คือเป็นนายกฯในระบบสภาคนแรกหลังปี 2550 ที่คุณทักษิณสั่งไม่ได้ ดูจะเป็นช็อตเด็ดที่ต้องมีทุกครั้ง ที่ให้สัมภาษณ์ คือต้องกระทบคนอื่นหรือฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ
ผมไม่ถามว่าเมื่อคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ที่คุณทักษิณสั่งไม่ได ้ แล้วใครเป็นคนที่นานยกฯทักษิณสั่งได้ แต่ผมสนใจว่า ใครสั่งคุณอภิสิทธิ์ได้
ดูเหมือนคุณอภิสิทธิ์จะเป็นนายกฯที่ไม่เป็นตัวของตัวเองสักเท่าไร จนกระทั่งสั่งใครไม่ค่อยได้ด้วย คุณอภิสิทธิ์ต้องทำตามคนโน้นคนนี้ พรรคโน้นพรรคนี้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ได้นำมาซึ่งความเสียหายต่อบ้านเมืองจำนวนมาก ทั้งการปราบประชาชน การทุจริต การเพิ่มงบกองทัพมหาศาลและความล้มเหลวในการแก้ปัญหาประเทศ
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของนายกฯอภิสิทธิ์หรือ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะใครสั่งนายกฯ อภิสิทธิ์ คุณทักษิณหรือใครกันแน่? " |
