![]() ปตท.เสนอรัฐปรับราคาก๊าซNGVคำนาณราคาบวกค่าบริหาร/ขนส่งพร้อมกำหนดระยะเวลา ปรับขึ้น-ลงทุก 4-6เดือน
นายเติมชัย บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวในเสวนา "แนวทางการบริหารจัดการเอ็นจีวี เป็นพลังงานทางเลือกอย่างยั่งยืนในระยะยาว" วานนี้ (9 มิ.ย.) ว่า ปตท.อยู่ระหว่างร่วมกับกระทรวงพลังงาน และคณะทำงานแก้ไขปัญหาการขาดแคลนก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งมีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ศึกษาถึงต้นทุนที่แท้จริงของเอ็นจีวี และราคาจำหน่ายที่เหมาะสม เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในรัฐบาลชุดใหม่ทบทวนราคาจำหน่ายเอ็นจีวีที่ตรึงไว้ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม
ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยของเอ็นจีวีอยู่ที่กิโลกรัมละ 14 บาท เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากฐานเดิมที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งคำนวณราคาเอ็นจีวีไว้ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท แต่ในปัจจุบันหากคำนวณราคาเนื้อก๊าซที่แท้จริง จะสูงถึงกิโลกรัมละ 8.39 บาท เมื่อรวมกับค่าบริหารจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าการตลาดอีกกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ส่งผลให้ราคารวมของเอ็นจีวีที่อยู่ตามแนวท่อสูงถึงกิโลกรัมละ 12 บาท ขณะที่สถานีลูก ซึ่งห่างจากแนวท่อไม่เกิน 50 กิโลเมตร ราคาเอ็นจีวี จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 17 บาท
ทั้งนี้ราคาเนื้อก๊าซเอ็นจีวีปัจจุบัน ซึ่งราคากิโลกรัมละ 8.39 บาทนั้น เห็นว่าต้องพิจารณาราคาเป็นรอบๆ เช่นเดียวกับการพิจารณาค่าเอฟที ซึ่งพิจารณาทุกๆ 4 เดือน เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยอาจปรับขึ้นลง 4-6 เดือนต่อครั้ง ส่วนค่าบริหารจัดการอื่นๆ ปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ ปตท.วางแผนลงทุนธุรกิจเอ็นจีวีเพิ่มเติมได้
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ หรือเอ็นจีวี ว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแนวทางการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีตามต้นทุนและค่าขนส่ง เนื่องจากราคาเอ็นจีวีไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ที่ราคาเนื้อก๊าซปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.39 บาทต่อกิโลกรัม โดยการปรับราคาครั้งนี้ จะคำนวณจากราคาเนื้อก๊าซบวกค่าขนส่งตามระยะทางจริง โดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศึกษาและจัดทำบัญชีค่าขนส่งรายจังหวัดให้ชัดเจน เพื่อกำหนดราคาแต่ละจังหวัดให้เหมาะสม เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ
นอกจากนี้ การปรับขึ้นจะดำเนินการ เหมือนการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือเอฟที ที่มีการปรับปีละ 3 ครั้ง หรือทุกๆ 4 เดือน เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ ตามแผนพลังงานทดแทน 15 ปี ของกระทรวงพลังงาน มีแผนที่จะให้เอ็นจีวีทดแทนการใช้น้ำมันเบนซิน จำนวน 20% แต่ขณะนี้ ทดแทนได้เพียง 8% เท่านั้น
Source:Bangkokbiznews/VoiceTV(image)
|
