วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จีน-แคนาดา" พันธมิตรใหม่ในการเมืองโลก

จีน-แคนาดา" พันธมิตรใหม่ในการเมืองโลก

รัฐบาลแคนาดาและจีนพันธมิตรใหม่ทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง หลังลงนามในสนธิสัญญาซื้อขายยูเรเนียมเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์

 

ในโอกาสที่นายสตีเฟน ฮาร์เปอร์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าร่วมกันหลายประการ แต่ข้อตกลงที่สำคัญที่สุด ได้แก่การที่แคนาดาอนุญาตให้บริษัทเอกชนในประเทศขายยูเรเนียมให้แก่รัฐบาลจีนเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

การที่แคนาดา ซึ่งเป็นผู้ส่งออกยูเรเนียมรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากคาซัคสถาน ยินยอมขายยูเรเนียมให้แก่จีน นับว่าส่งผลดีทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงต่อทั้งสองประเทศ โดยสำหรับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก และต้องพึ่งพาพลังงานจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เป็นหลัก การมีแคนาดาเป็นแหล่งสำรองยูเรเนียม จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มหลักประกันความมั่นคงทางพลังงานได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนในด้านของแคนาดา การอนุญาตให้บริษัทผู้ส่งออกยูเรเนียมในประเทศขายยูเรเนียมให้แก่จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราความต้องการยูเรเนียมสูงที่สุดในโลก จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศถึงปีละกว่า 2,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 75,000 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างทั้งสองประเทศดังกล่าว ยังถูกจับตามองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในด้านการค้าและความมั่นคงครั้งสำคัญของแคนาดา เนื่องจากแคนาดาซึ่งมีสถานะเป็นพันธมิตรทางการเมืองและคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด ตัดสินใจขายยูเรเนียมให้กับจีนเพียงไม่นานหลังจากที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งระงับโครงการวางท่อส่งน้ำมันจากแคนาดามายังสหรัฐอเมริกา นักวิเคราะห์จึงมองว่า การตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาลแคนาดา เป็นการเปลี่ยนนโยบายโดยหวังจะให้จีนเป็นประเทศคู่ค้าหลักด้านพลังงานแทนที่สหรัฐฯ ซึ่งในปัจจุบันเป็นผู้ซื้อน้ำมันปิโตรเลียมเกือบทั้งหมดจากแคนาดา

 

ในสภาวะที่สหรัฐฯและยุโรปกำลังเผชิญกับการถดถอยทางเศรษฐกิจเช่นในเวลานี้ การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างแคนาดาและจีน จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะสำหรับจีน ที่กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทโดดเด่นแทนที่สหรัฐฯในแวดวงเศรษฐกิจการเมืองโลก

 

Produced by VoiceTV