วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ซีอีโอ 92% ห่วงการเมืองไทยฉุดศก.ครึ่งปีหลัง

ซีอีโอจาก 95 บริษัท ห่วงการเมืองฉุดเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ระบุการเมืองไทยขัดแย้งสูง นักลงทุนไม่อยากเห็นภาพเหมือน พ.ค.2553

 

น.ส.เพ็ญศรี สุธีรศานต์ ผู้อำนวยการ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เปิดเผยผลสำรวจความเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หรือซีอีโอเซอร์เวย์ จาก 95 บริษัท ครอบคลุม 9 อุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (MAI) ว่า ผู้บริหารส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นไม่ต่ำกว่า 3.5% โดยกว่า 1 ใน 3 มองว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 4-4.5%

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่กังวลปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง และมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ รองลงมาคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

 

ผู้บริหารกว่า 92% กังวลปัญหาการเมืองมากที่สุด เพราะมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการทำธุรกิจ อันดับ 1 ในช่วงครึ่งปีหลัง และกังวลต่อความขัดแย้งทางสังคม ราคาวัตถุดิบรวมน้ำมัน กังวลต่อทีมหรือนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคใดจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดนโยบายเพื่อรักษาสเถียรภาพทางการเมืองมากที่สุด พร้อมกับมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และลดภาษีเงินได้นิติบุคคล

 

น.ส.เพ็ญศรีกล่าวว่า เมื่อสอบถามถึงภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจของตนเอง พบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่มองว่าในช่วง 6 เดือนข้างหน้าดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนใหญ่กว่า 84% จึงมีแผนจะลงทุนเพิ่มในช่วง 12 เดือนข้างหน้า มีเพียง 2% จะลดการลงทุน

 

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ธนาคารโลกจะประเมินภาพเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง แม้ปัจจัยการเมืองไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะพิจารณา แต่จะพิจารณาในส่วนของเสถียรภาพทางการเมืองที่มีผลต่อการลงทุนของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ ซึ่งในช่วงที่ประเมินเป็นช่วงหลังการเลือกตั้งพอดี ทำให้เห็นภาพเหล่านี้ชัดเจนขึ้น

 

ด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดตัวรายงานด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย ประจำกี 2554 (รีพอร์ต ไทยแลนด์ 2011) ซึ่งร่วมทำกับบริษัท อ็อกฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป

 

นายเพาเลียส คุนซินาส บรรณาธิการระดับภูมิภาคเอเชีย บริษัท อ็อกฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า การลงทุนในไทยยังเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปี 2554 จะเป็นตัววัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนปี 2554 และช่วงแรกของปี 2555 ความไม่แน่นอนทางการเมืองถือเป็นความเสี่ยงหลักที่ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยที่ผ่านมาภาคเอกชนได้ปรับตัวกับความวุ่นวายทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง

 

นายเดวิด ไลแมน ประธานกรรมการและผู้บริหารระดับสูงด้านวัฒนธรรมองค์กร บริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ สำนักงานกฎหมายที่ให้บริการในไทย กล่าวว่า ไทยกำลังเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการแข่งขันดุเดือด และผู้ลงคะแนนมีการแบ่งขั้วทางการเมือง ขณะนี้ทุกฝ่ายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรอผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลว่า ไทยจะเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อหรือหยุดนิ่งนักธุรกิจต่างชาติไม่ต้องการให้เกิดวิกฤตความไม่สงบเหมือนเดือนพฤษภาคม 2553

 

นายไลแมนกล่าวว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยให้มัวหมอง โดยเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกและเกิดขึ้นเพราะความไม่ใส่ใจหรือมองข้าม และการไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งปัญหาเกิดจากผู้ทำผิดไม่มีจริยธรรม ละเลยต่อหน้าที่ ดังนั้นไทยมีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตควรต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง

 

Source : matichon/flickr.com (Image)