| แม่ผวาหลังซื้อน้ำชาเขียวยี่ดังให้ลูกสาววัย 8 ขวบดื่มพบวัตถุคล้ายเศษเนื้อมนุษย์ลอยอยู่ในกล่อง แถมระบุดื่มแล้วท้องเสียอย่างรุนแรง
นาง อริสรา วิทิตโชติปรีดา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 / 147 หมู่ 2 ซอยบางแสนสอง ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง สมุทรปราการเล่าว่า เมื่อประมาณวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ซื้อชาเขียวกล่องรสสตรอเบอร์รี่ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องสีชมพู ที่ร้านขายของชำเพื่อเอามาให้ เด็กหญิง อิสริยา วิทิตโชติปรีดา บุตรสาวของตนวัย 8 ขวบดื่ม ซึ่งปกติแล้วตนก็ซื้อให้บุตรสาวดื่มทุกวันอยู่แล้ว
โดยในวันนั้นเมื่อบุตรสาวใช้หลอดเจาะกล่องลงไปดูดน้ำชาเขียวไปได้ประมาณครึ่งกล่องก็บอกกว่า ทำไมรสชาติ ของน้ำชาเขียวแปลก ๆ และมีเศษชิ้นเนื้อปะปนออกมาด้วย ตนจึงเอาลองดื่มดูก็พบว่าน้ำชาเขียวกล่องดังกล่าวมีรสแปลก ๆ จริงและเศษชิ้นอะไรบางอย่างติดขึ้นมาตามหลอด จึงได้เอากล่องน้ำชากล่องดังกล่าวมาให้เจ้าร้านขายของชำดู เมื่อฉีกกล่องออกมากลับได้พบวัตถุบางอย่างลอยอยู่ภายในก่องน้ำชาเขียงดังกล่าวคล้ายเศษชิ้นเนื้ออะไรบางอย่าง เป็นแผ่นขนาด 3x 2 เซนติเมตร แถมในกล่องน้ำชาเขียวดังกล่าวยังมีเศษชินเนื้อเล็กปะปนอยู่ในน้ำชาเขียวกล่องดังกล่าวจำนวนมาก
หลังจากวันนั้นมาบุตรสาวก็มีอาการท้องเสียเข้าห้องน้ำถ่ายบ่อยกว่าปกติแต่อาการไม่รุนแรง จึงเชื่อว่าน่าจะเกิดจากน้ำชาเขียวกล่องดังกล่าวอย่างแน่นอน ตนจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่สำนักงานอาหารและยาจังหวัดสมุทรปราการ ว่าส่วนใหญ่ในน้ำชาเขียวที่บรรจุอยู่ในกล่องจะมีวัตถุอะไรปนอยู่หรือ ไม่ ซึ่งทาง สำนักงานอาหารและยา ก็ได้ตอบมาว่าหากเป็นน้ำชาเขียว ไม่ว่าจะเป็นรสอะไรก็ตาม จะต้องเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ ไม่มีวัตถุอื่นเจือปน
ทั้งนี้ ได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้ทางบริษัท ที่ผลิตน้ำชาเขียวยี่ห้อดังกล่าวทราบ ซึ่งทางบริษัทก็ได้ส่งพนักงานมาเก็บน้ำชาเขียวกล่องดังกล่าวไป โดยบอกว่าจะเอาน้ำชาเขียวกล่องดังกล่าว ไปให้ห้องแลปของบริษัททำการตรวจสอบว่าวัตถุดังกล่าว เป็นอะไรและเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่
นายสุรศักดิ์ เติมทอง อายุ 26 ปี พนักงานของบริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งมีหน้าที่เก็บเอาสินค้าที่มีปัญหาส่งคืนให้บริษัท ทำการตรวจสอบกล่าวว่า ปกติแล้วเคยพบว่าสิ่งห่อหุ้มของน้ำชาเขียวของบริษัท มีปัญหาอยู่เป็นประจำแต่ก็เป็นเรื่องของอุบัติเหตุเนื่องจากในการเคลื่อนย้ายมีการตกมีการกระแทกทำให้ขวดยุบบ้างขวดแตกบ้าง แต่สิ่งแปลกปลอมที่ปะปนอยู่ในกล่องน้ำชาเขียวของบริษัทก็ยังไม่เคยพบเช่นกัน จึงไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่พบนั้นเป็นอะไร แต่ก็จะนำสินค้ากล่องดังกล่าวกลับไปคืนให้บริษัททำการส่งห้อง แล็ปทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ถึงจะรู้ผล
Source:Siamrath/Flickr(image) |