วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เส้นทางพรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองขนาดกลางที่มีความสำคัญทางการเมือง แม้จะเป็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2551 แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าแท้ที่จริงแล้วพรรคนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่ม ส.ส.เก่าของพรรคชาติไทย ที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งถูกสั่งยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งหมายรวมไปถึงแกนนำคนสำคัญๆของพรรคอย่างนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายจองชัย เที่ยงธรรม และนายนิกร จำนงค์  อันเนื่องมาจากกรณีทุจริตการเลือกตั้งของนายมณเฑียร สงฆ์ประชา รองเลขาธิการพรรคในขณะนั้น


ปัจจุบันนายชุมพล ศิลปอาชา น้องชายแท้ๆของนายบรรหาร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สานต่อเจตนารมณ์นำทัพทำกิจกรรมทางการเมือง โดยก่อนหน้าการเลือกตั้งในครั้งนี้พรรคได้มีโอกาสเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปลายปี 2551  สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนายังคงมีกระแสข่าวเรื่องการถูกทาบทามให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลมาโดยตลอด จนเกิดคำว่า "พรรคไม้ประดับหรือพรรคใบเฟิร์น" ที่พรรคใหญ่ให้ความสนใจอยากดึงเข้าไปร่วมแจกันรัฐบาล  ซึ่งในอดีตตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นพรรรคชาติไทยเอง ก็มักจะได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลอยู่เสมอๆ


อีกหนึ่งกุญแจสำคัญนอกเหนือจากนายบรรหารผู้อยู่เบื้องหลังการบัญชาการแล้ว ชื่อของพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ หรือ เสธ.หนั่น ประธานที่ปรึกษาพรรค เป็นอีก 1 ชื่อที่มีการพูดถึง มีอิทธิพลต่อทางพรรคและแวดวงการเมืองอีกคนหนึ่ง ที่มาในครั้งนี้รับหน้าที่หัวเรือใหญ่เดินหน้าชูนโยบายด้านความปรองดองนโยบายหลักของพรรค จนได้รับฉายาว่าเป็น "นายกปรองดอง"


สำหรับเรื่องของฐานเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนานั้นอยู่ในพื้นที่ภาคกลางเป็นหลักซึ่งเป็นฐานเสียงเก่าของพรรคชาติไทย โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญอย่างจังหวัดสุพรรรบุรีถิ่นตระกูลศิลปอาชา ที่เลือกตั้งกี่ครั้งก็สามารถกวาดที่นั่ง ส.ส. มาได้ทั้งหมด ยากที่พรรคการเมืองอื่นๆจะเข้าไปแทรกได้  ในการเลือกตั้งครั้งนี้ทางพรรคได้วางกลยุทธ์หาเสียงเน้นความปรองดองเพื่อเป็นทางเลือกท่ามกลางสถานการณ์ที่ความขัดแย้งแยกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน รวมถึงมีนโยบายทางด้านการเกษตรและสร้างเศรษฐกิจ  โดยตั้งเป้าจะได้ที่นั่ง ส.ส.เอาไว้ 30-35 ที่นั่งใกล้เคียงกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 
อีกประเด็นที่น่าติดตามสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้คือ การที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้ทำสัญญาประชาคมไว้กับพรรคภูมิใจไทยเอาไว้ว่าจะจับคู่ไปไหนไปกัน  แต่เป็นที่รู้กันดีว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ร่วมงานทางการเมืองกัน 


ซึ่งก็คงต้องมาติดตามกันอีกทีหลังเลือกตั้งว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับว่าพรรคใดจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล เพราะถ้าดูข้อมูลในอดีตตั้งแต่พรรคชาติไทยก่อตั้งเมื่อปี 2517 การเลือกตั้งจำนวน 13 ครั้ง พรรคชาติไทยเป็นฝ่ายค้านแค่เพียง 4 ครั้งเท่านั้น จนเป็นที่มาของฉายาพรรคปลาไหล เพราะไม่ว่าพรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคชาติไทยก็สามารถเข้าร่วมงานทางการเมืองได้ และมักจะได้รับโควต้าดูแลในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสมอมา

Produced by VoiceTV