วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จำนำข้าววันแรก

จำนำข้าววันแรก

การเปิดโครงการรับจำนำข้าววันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีชาวนาที่ได้รับเงินแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีถึงกับน้ำตาคลอ หลังชาวนากล่าวขอบคุณ

 

วันนี้(7 ต.ค. 54)เป็นวันแรกที่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต2554/55 พร้อมกันทั่วประเทศ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ ที่กระทรวงพาณิชย์ พร้อมประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอรเรนท์ กับผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์และนนทบุรี ถึงความพร้อมในการรับจำนำข้าว โดยกล่าวว่าโครงการนี้เป็นทางเลือกให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งภาครัฐและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างถูกต้องยุติธรรม

 

โดยชาวนาคนแรก ที่จังหวัดนครสวรรค์ที่นำข้าวเปลือก 5% มาจำนำ กล่าวกับนายกรัฐมนตรี ว่า ดีใจที่โครงการนี้เกิดขึ้นและเชื่อมั่นว่าภายใน 2 ปี จะสามารถปลดหนี้สินได้ จึงทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับน้ำตาคลอ และให้กำลังใจเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ที่ต้องประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทั้งคาดหวังว่าโครงการรับจำนำจะช่วยฟื้นฟูความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดี ขึ้น

 

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลการสวมสิทธิ์ข้าวในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้วว่า เตรียมขอข้อมูลจากนายชูวิทย์ เพื่อตรวจสอบการกระทำผิดในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป  


ส่วนนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ขอให้เกษตรกรรักษาสิทธิ์ของตัวเอง หากยอมให้สวมสิทธิ์จะมีความผิดทางอาญาเช่นเดียวกับโรงสีข้าวหากทำผิดกฎก็จะ ถูกขึ้นบัญชีดำตลอดไปรวมถึงดำเนินคดีเอาผิดทางอาญาด้วย และขอให้ตำรวจตรวจเข้มงวดการขนข้าวข้ามจังหวัด หากไม่มีใบอนุญาตขนย้ายข้าวให้จับกุมทันที

 

ด้านนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเดินทางมาตรวจการรับจำนำข้าววันแรกที่โรงสีศรีพัฒนาพาณิชย์ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ก็รู้สึกพอใจกับการดำเนินการรับจำนำและเชื่อมั่นว่าโครงการรับจำนำข้าวปีนี้ น่าจะดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย โดยได้ประสานขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ช่วยกำชับเจ้าหน้าที่ ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ชาวนาในการจำนำข้าวด้วย

 

ส่วนชาวนาคน แรกที่ดำเนินการรับจำนำเรียบร้อยได้รับเงินแล้ว คือนางสาวบังอร ภิรมย์นิล นำข้าวเปลือกเจ้า 5% จำนวน 8 ตัน 94 กิโลกรัมมาจำนำ และได้รับใบประทวนจากองค์การสินค้าจนสามารถนำไปขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์หรือธกส.จำนวน119,792 บาท ซึ่งนางสาวบังอร ระบุว่าน่าจะได้เงินในการจำนำมากกว่านี้ จากการตั้งเกณฑ์ความชื้นของภาครัฐที่สูงเกินไป

 

สำหรับตัว เลขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2554/ 55 จนถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้ รวมทั้งประเทศมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนกว่า 3 ล้าน 2 แสน 9 หมื่นราย ผ่านการออกใบรับรองกว่า 7 แสนครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.53

 

Produced by VoiceTV