วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ไอซีที พบเบาะเเสคนร้ายแฮคทวิตเตอร์นายกฯ

ไอซีที พบเบาะเเสคนร้ายแฮคทวิตเตอร์นายกฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้แถลงความคืบหน้ากรณีมีผู้เจาะระบบเข้าไปในทวิตเตอร์ของนายกฯ เบื้องต้นทราบเพียงคนร้ายอยู่ในประเทศ

 

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที แถลงความคืบหน้ากรณีมีผู้เจาะระบบเข้าไปในทวิตเตอร์ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสวมรอยโพสต์ข้อความ โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยเฉพาะมาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 14  ซึ่งโดยรวม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปีและปรับตั้งแต่ 4 หมื่น ถึง 1 แสนบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า อาชญากรรมแฮคข้อมูลในโลกออนไลน์เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แม้แต่ทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เนื่องจากผู้ใช้มักตั้งรหัสที่ง่ายต่อการคาดเดา และผู้ร้ายมีวิธีขโมยรหัสหลายวิธี ซึ่งในกรณีของนายกรัฐมนตรี การกระทำน่าจะเกิดขึ้นในประเทศ โดยเริ่มจากการใช้มือถือแฮคเข้าไปในอีเมล์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังรหัสทวิตเตอร์ได้ จึงสั่งระงับการใช้ทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเชิงลึก เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อรูปคดีและต้องการให้มีพยานหลักฐานแน่นหนาก่อน 

 

สำหรับการดำเนินคดีในระหว่างนี้เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงไอซีที แต่หากนายกรัฐมนตรีจะแจ้งความโดยส่วนตัวก็สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นทวิตเตอร์ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะไม่ตัดประเด็นใดทั้งสิ้น เพราะมีความเป็นไปได้หมด ทั้งคนในและคนนอก


นอกจากนี้ นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ ยอมรับว่า ไอซีทีจำเป็นต้องทบทวนร่างพระราชบัญญัติการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (แก้ไขเพิ่มเติม) อีกครั้งเพื่อแก้ไขข้อกฎหมายให้รัดกุมยิ่งขึ้นก่อนเสนอเข้าสู่ ครม. ขณะเดียวกัน มองว่า รัฐบาลคงต้องให้ความสำคัญกับการวางระบบรักษาความปลอดภัยในหน่วยงานของภาครัฐให้ทันสมัยมากขึ้น

 

Produced by VoiceTV