บริษัท แอปเปิ้ล แถลงสตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ล เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 56 ปี
คณะผู้บริหารของบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิล ได้เสียชีวิตแล้ว
"เรารู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า สตีฟ จ๊อบส์ ได้เสียชีวิตแล้วในวันนี้(6 ต.ค.)"
"ความฉลาดหลักแหลม ความลึกซึ้ง และพลังที่อยู่ในตัวของสตีฟ เป็นแหล่งของการนวัติกรรมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งช่วยเพิ่มพูนและสนับสนุนชีวิตของพวกเราทั้งหมดในแอปเปิล อิงค์ อาจกล่าวได้ว่าโลกของเราสามารถสื่อสารกันอย่างไร้ขอบเขตได้มากขึ้นก็เพราะสตีฟ จ๊อบส์" คณะผู้บริหารของแอปเปิล กล่าวในแถลงการณ์
สตีฟ จ๊อบส์ ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยตลอดเส้นทางการทำงานของเขาในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา จ๊อบส์ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ โลกแห่งภาพยนตร์การ์ตูนและเสียงเพลง ด้วยการผสานบุคลิกเฉพาะตัวของเขาเข้ากับปรัชญาการดำเนินธุรกิจจนทำให้เกิดกระแสคลั่งไคล้และหลงไหลจากบรรดาสาวก และกลุ่มผู้ประกอบการ ตลอดจนบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองทั่วโลก
ในช่วงปลายยุค 1970s จ๊อบส์และผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ลท่านอื่นได้ร่วมกันออกแบบ พัฒนาและทำการตลาดผลิตภัณฑ์ Apple II ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกๆของบริษัท
หลังจากที่เขาลาออกจากทีมผู้บริหารของแอปเปิ้ลในปี 2527 จ๊อบส์ได้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์แห่งใหม่ที่มีชื่อว่าเน็กซ์ (NeXT) ในขณะที่แอปเปิ้ลเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่เกือบจะล้มละลาย กระทั่งในปี 2539 แอปเปิ้ลได้ควบรวมกิจการกับเน็กซ์ ซึ่งนั่นทำให้จ๊อบส์หวนกลับมาร่วมงานกับแอปเปิ้ลอีกครั้ง พร้อมนั่งเก้าอี้ซีอีโอของแอปเปิ้ลตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา
การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้การคุมบังเหียนของจ๊อบส์ ได้นำพาให้แอปเปิ้ลพบกับยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์และสามารถต้านทานภาวะฟองสบู่ในโลกอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วงต้นศตวรรษ รวมถึงภาวะล่มสลายทางการเงินในไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ด้วยสินค้าที่ฮิตติดตลาดสุดๆอย่างไอพอด ไอโฟน และไอแพด ซึ่งมุ่งที่การออกแบบและลูกเล่นที่สวยงาม โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แอปเปิลสามารถก้าวขึ้นแซงหน้าเอ็กซอน โมบิล คอร์ปในช่วงสั้นๆ กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
นอกจากนี้ จ๊อบส์ยังเป็นซีอีโอของพิกซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอ ซึ่งต่อมาถูกวอล์ท ดิสนีย์ ซื้อกิจการไปเมื่อปี 2549 และข้อตกลงนี้เองได้ทำให้จ๊อบส์กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของดิสนีย์และเป็นสมาชิกคณะกรรมการของบริษัทอีกด้วย
ในปี 2552 จ๊อบส์ได้รับเลือกให้เป็น "ซีอีโอแห่งทศวรรษ" จากนิตยสารฟอร์จูน และในปี 2553 ไฟแนนเชียลไทม์สได้ยกย่องให้เขาเป็นบุคคลแห่งปีประจำปี 2553 โดยให้เหตุผลว่าชายผู้นี้คือร็อคสตาร์ดวงแรกแห่งโลกไอที
อย่างไรก็ตาม จ๊อบส์ ในวัย 56 ปีได้ประสบปัญหาด้านสุขภาพจนร่างกายผ่ายผอมและทำให้เกิดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับสุขภาพของเขาอยู่เนืองๆ ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดเผยในเดือนสิงหาคมปี 2547 ว่า เขาได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน โดยแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยพบก้อนเนื้อตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นและได้ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อดังกล่าวออกไปแล้ว
ต้นเดือนมกราคม 2552 จ๊อบส์เปิดเผยว่า สาเหตุที่น้ำหนักตัวของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนซึ่งเป็นภาวะที่สามารถรักษาได้ แต่ในอีกสัปดาห์ให้หลังเขาออกมายอมรับว่า โรคดังกล่าวมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิดไว้และเขาจึงได้ลาหยุดงานเพื่อรักษาสุขภาพเป็นระยะเวลาเกือบ 6 เดือน
ในเดือนมกราคมปีนี้ จ๊อบส์ประกาศลาหยุดงานเพื่อรักษาสุขภาพอีกครั้ง โดยไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพของเขาแต่อย่างใด จนกระทั่งล่าสุดในวันที่ 24 สิงหาคม 2554 จอบส์ได้ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งซีอีโอต่อคณะกรรมการบริษัทพร้อมเสนอให้มีการแต่งตั้งนายทิม คุ๊ก เป็นซีอีโอคนใหม่ของแอปเปิ้ลต่อไป
Source : news center/infoquest/apple.com(Image)