วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สั่ง สมช.-ข่าวกรอง รายงานสถานการณ์ให้นายกฯทุกสัปดาห์

สั่ง สมช.-ข่าวกรอง รายงานสถานการณ์ให้นายกฯทุกสัปดาห์

ที่ประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติและสำนักข่าวกรอง เป็นหน่วยงานหลัก ในการเรียกประชุมและประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว

 

การประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อบูรณาการงานด้านการข่าวต่อต้านการก่อการร้ายนัดแรก มีมติให้ พลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานรอง และหน่วยงานสนับสนุน โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ 3 ส่วน ประกอบด้วย หน่วยงานหลัก ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ส่วนหน่วยงานรอง อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานสนับสนุน อาทิ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงไอซีที คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


สำหรับ ภารกิจของ 3 ส่วนนี้ จะทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนหาข้อมูลที่จะเป็นภัยต่อประเทศ โดยหากเป็นเหตุการณ์ในภาวะปกติ ให้มีตัวแทนทุกหน่วยงานมาร่วมประชุม เดือนละ 1 ครั้ง และสรุปผลให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ แต่หากอยู่ในช่วงภาวะวิกฤติจะมีการเรียกประชุมทุกวัน โดยมีร้อยตำรวจเอกเฉลิมเป็นประธาน และรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกวัน



พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างโดยไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่จะเตรียมแผนรับมือก่อการร้าย และประชาชนและนาชาติเกิดความมั่นใจ จนต่างชาติไม่กล้าเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม รูปแบบการก่อการร้ายในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น วิธีการรับมือต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เท่าทัน

 

ด้าน ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการทำงานหลังจากนี้ จะยึดหลักไม่เป็นศัตรูกับประเทศใด และจะไม่ใช้หน่วยข่าวทำงานในประเด็นการเมืองในประเทศโดยเด็ดขาด

 

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย ร้อยตำรวจเอกเฉลิม เดินทางไปประชุมร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยระบุว่า สตม. ถือเป็นด่านหน้าในการรับคนเข้าประเทศ แม้การข่าวจะสืบทราบว่า ต่างประเทศทะเลาะกัน แต่นโยบายของไทย ผู้ใดจะมาทะเลาะในประเทศไทยไม่ได้ จึงต้องมาซักซ้อมความเข้าใจให้ตรงกัน ส่วนรายละเอียดในรูปคดีและการจับกุมชาวอิหร่าน 3 คน มีความเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ไม่ขอพูด เพราะจะกลายเป็นคู่กรณี

 

Produced by Voice TV