วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

ประมวลเหตุการณ์ ทุบรถข่าววอยซ์ทีวี

ประมวลเหตุการณ์ ทุบรถข่าววอยซ์ทีวี

สำหรับเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น โดยเอา ความคิด ความรู้สึก ส่วนตัว และ ของตน เป็นที่ตั้ง ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ กับสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี วานนี้ (10 มีนาคม 2555) 

 

 

โดยน้ำมือของ นายกวีไกร โชคพัฒนเกษมสุข ที่ทุบรถเก๋ง โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ญฉ 4081 กรุงเทพมหานคร ของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ซึ่งจอดอยู่บริเวณลานน้ำพุ ด้านหลังอาคารลีลาศ สวนลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใช้จัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อกำหนดแนวทางเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550

 

หลังก่อเหตุทุบรถวอยซ์ทีวี นายกวีไกร โชคพัฒนเกษมสุข ก็ถูกจับกุมตัวได้โดยกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร โดย ‘ผู้ต้องหา’ ให้การรับสารภาพกับตำรวจว่า ‘ทำไปด้วยความสะใจ แต่ไม่ได้รู้สึกโกรธนักข่าวเป็นการส่วนตัว แต่ รู้สึกไม่พอใจเนื่องจากทราบว่าสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เป็นของบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง จึงรู้สึกโกรธแค้น’

 

 

หลังเกิดเหตุ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ออกมายืนยันว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บุกทุบรถนักข่าววอยซ์ทีวี พร้อมกับมองว่าชายคนดังกล่าวเจตนาสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ให้ได้รับความเสียหาย ว่าเป็นการชุมนุมที่เน้นความรุนแรง และเรียกร้องให้ตำรวจนำคนร้ายไปดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด

 

โชคดี !! สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ‘ทางกาย’ แต่เป็น ‘โชคร้ายที่สุด’ ของเจ้ารถเก๋ง โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ญฉ 4081 ที่กระจกหน้าแตกร้าว

 

แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เจอกับเหตุการณ์เช่นนี้  เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทีมข่าววอยซ์ทีวีก็เคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2554 รถยนต์ โตโยต้า อัลติส สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน สน 2751 กทม. ของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ก็ถูกของมีคมขูดบริเวณด้านขวาของตัวรถเป็นรอยยาวตั้งแต่ล้อหน้าจนถึงประตูหลัง ขณะจอดไว้ที่บริเวณ สวนมิสกวัน ใกล้ที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน หรือประชาชนทั่วไป

 

ใครบ้างจะอยากเสียทรัพย์สิน  ใครบ้างจะอยากให้ทรัพย์สินของตนถูกทำลาย และยิ่งไปกว่านั่น ใครบ้างจะอยากที่จะต้องเสียความรู้สึก

 

ที่สำคัญไม่ว่าคุณจะสำคัญตนว่า ฉันเป็นพวก ฉันมีพวก ที่คิดเหมือนกัน เป็นสีเดียวกัน ก็ใช่ว่าพวกของคุณจะยอมรับในพฤติกรรมของคุณ ตราบที่พฤติกรรมของคุณเป็น การคุกคาม และ สร้างความเดือดร้อน แก่ผู้อื่น

 

ท้ายที่สุดเราต่างทำได้เพียงแค่ภาวนาว่า ‘เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่ากับใครก็ตาม’

 

Produced by VoiceTV