วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทีมวิจัยฯ เร่งผลักดันตรวจดีเอ็นเอ ช้างไทย

ทีมวิจัยฯ เร่งผลักดันตรวจดีเอ็นเอ ช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันช้างไทย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยยังพบปัญหาการลักลอบช้างป่ามาสวมสิทธิ์ตั๋วรูปพรรณเป็นช้างบ้าน เนื่องจากข้อมูลที่บันทึกในตั๋วรูปพรรณช้างมีความไม่ชัดเจนถึงลักษณะของตัวช้าง รวมถึงปัญหาการสลับเปลี่ยนฝังไมโคชิฟ 

 

มูลช้างและเลือดช้างในหลอดทดลอง เป็นสิ่งสำคัญในการตรวจหาพันธุกรรมช้างหรือดีเอ็นเอช้าง หลังปัญหาการสวมสิทธิ์ตั๋วรูปพรรณช้างป่าเป็นช้างบ้าน ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ การตรวจดีเอ็นเอจึงมีความเป็นอย่างยิ่งในการตรวจสอบพันธุกรรมของช้างว่ามีประวัติเป็นสายพันธุ์ช้างป่าหรือช้างบ้านจากภูมิภาคใด 



ขั้นตอนการตรวจดีเอ็นเอช้าง ถ้าเป็นช้างบ้านจะเจาะเลือดช้างที่ใบหู มาสกัดแยกกับเซลล์และโปรตีนด้วยสารฟีนอลโครโลฟอร์ม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถสกัดดีเอ็นเอที่มีลักษณะเป็นแผ่นสีขาวขุ่นแผ่นเล็ก


แต่หากเป็นช้างป่า จะต้องใช้เนื้อเยื้อในมูลช้าง เพราะเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวได้ยาก ไม่สามารถเข้าไปเจาะเลือดช้างป่าได้ ซึ่งขั้นตอนจะซับซ้อนกว่าการตรวจดีเอ็นเอจากเลือด โดยจะต้องแยกกากมูลกับเนื้อเยื้อ 2 ครั้ง และใส่ซิลิการ์ไปจับดีเอ็นเอ ต้องรอให้สารทำปฏิกิริยา 1 วันภายในในอุณหภูมิ 56 องศา จึงจะสามารถสกัดเหลือแต่ดีเอ็นเอได้ แต่เพื่อความชัดเจน ต้องสกัดดีเอ็นเอถึง 2รอบ โดยผลจากการสกัดดีเอ็นเอทั้งมูลช้างและเลือดช้าง ที่มีความแม่นยำในการบอกพันธุกรรมช้างตามลักษณะตัวต่อตัวได้สูง ซึ่งถ้าต้องการค้นหาสายพันธุกรรมความสัมพันธ์แม่ลูกก็สามารถทำได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบลูกช้างว่าเป็นลูกช้างป่าที่นำมาสวมสิทธิ์หรือไม่  

 

ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอช้างเพื่อจัดทำฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมช้าง สามารถระบุสายพันธุ์ช้างในแต่ท้องถิ่นได้ โดยจากการตรวจดีเอ็นเอช้างตั้งแต่ปี  2552 พบว่า ช้างไทยจัดเป็น 2 กลุ่มใหญ่ โดยมีลักษณะถิ่นฐานของช้างแยกภูมิภาคชัดเจน ซึ่งหากในอนาคตสามารถตรวจดีเอ็นเอช้างป่าได้ครบทุกอุทยานแห่งชาติ ก็จะเป็นหลักฐานชี้ชัดในการตรวจจับลักลอบค้าช้างป่าได้

 

นับตั้งแต่ปี 2552 ที่คณะสัตวแพทย์ 3 สถาบันการศึกษาร่วมกันสำรวจประชากรช้างโดยแบ่งขอบเขตรับผิดชอบชัดเจน เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน รับผิดชอบสำรวจช้างภาคตะวันตกและภาคใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสำรวจภาคกลางและจังหวัดสุรินทร์ ส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สำรวจช้างในภาคเหนือและตะวันตกตอนบน
ซึ่งทีมนักวิจัยช้างทั้ง 3 สถาบัน และพยายามขับเคลื่อนใช้ผลดีเอ็นเอเป็นหลักฐานประกอบตั๋วรูปพรรณช้าง เพราะข้อมูลมีการเทียบวัดและอ้างอิงงานวิจัยช้างระดับสากล โดยปีนี้ ได้รับความร่วมมือระหว่างสถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ ให้เป็นศูนย์กลางเก็บข้อมูลดีเอ็นเอช้างป่าและช้างบ้านทั้งหมด 


แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตรวจดีเอ็นเอช้างไทย ยังพบอุปสรรคจากการประสานงานเช่น เจ้าของปางช้างไม่ยินยอมให้มีการตรวจเช็ค จึงต้องการเสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมเจ้าของปางช้าง

 

ทั้งนี้ในอนาคต ทีมวิจัยดีเอ็นเอช้างต้องการผลักดันให้ข้อมูลดีเอ็นเอช้างนี้ เป็นฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเดียวกันในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนข้อมูล รวมถึงการปฏิบัติงานที่ภาครัฐต้องสนับสนุนให้มีการทำงานไปในทิศทางเดียวกับนักวิจัย จึงจะสามารถปัองกันปัญหาการสวมสิทธิ์ช้างป่าเป็นช้างบ้านได้อย่างถาวร 

 

Produced by VoiceTV