วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

เสวนาแก้รัฐธรรมนูญ

เสวนาแก้รัฐธรรมนูญ

นักวิชาการและตัวแทนจากฝ่ายการเมืองเห็นพ้องว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มี สสร.จำนวนตามสัด ส่วนของประชากร และมีเวลาในการพิจารณามากกว่า 1 ปี และจะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย โดยเฉพาะการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

 

การเสวนาโต๊ะกลม กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จัดโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ร่วมกับเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี พร้อมด้วยตัวแทนโครงการถกแถลง กระบวนการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีการบรรยายข้อสรุปการเปิดเวทีสานเสวนาในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี กรุงเทพมหานคร นครศรีธรรมราช และนราธิวาส ขณะเดียวกัน ได้มีตัวแทนจากฝ่ายการเมือง เช่น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.ว. ที่เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยในที่ประชุมเห็นพ้อง กันว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญควรมาจากสัดส่วนของประชาชนมากกว่า 1 จังหวัด 1 คน หรือประมาณ 150-300 คน พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษเข้าร่วมด้วย และควรขยายเวลาในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้มีเวลามากกว่า 1 ปี เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาพูดคุยหารือถึงปัญหาและเนื้อหาที่จะนำเสนอ

ส่วน สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีการเสนอให้ส่งเสริมด้านกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ การแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่าย คือการตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรอิสระ สร้างความเชื่อมั่นในตุลาการ และส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจโดยประชาชน ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่มีเจตนาแฝงทำเพื่อฝ่ายการเมือง เช่น มาตรา 237 กรณียุบพรรค และมาตรา 309 การรองรับการกระทำรัฐประหาร โดยการพิจารณาต้องยึดหลักนิติธรรม

ขณะที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า พร้อมที่จะรับข้อเสนอต่างๆ ไปพิจารณาและหารือในคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระยะเวลา 180 วัน เช่น เลือกตั้ง ส.ส.ร.ตามสัดส่วนจำนวนประชากร และการขยายเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

Produced by VoiceTV