| กรุงเทพมหานคร เตรียมรายงานความคืบหน้าไฟไหม้แกรนด์ ปาร์ค อเวนิว เข้าที่ประชุมผู้บริหารพรุ่งนี้(12มี.ค.55) ขณะที่ดุสิตโพล ระบุคนกรุงเทพมหานครไม่มั่นใจแผนป้องกันไฟไหม้อาคารสูง นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงแรมแกรนด์ ปาร์ค อเวนิว ซอยสุขุมวิท22 เมื่อคืนวันที่ 8 มีนาคม ว่า ขณะนี้สำนักการโยธา กำลังตรวจสอบแบบแปลนว่าตรงกับที่เจ้าของอาคารได้ยื่นขออนุญาตหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้น พบว่าความสูงระหว่างพื้นและฝ้าเพดานบริเวณดังกล่าวต่ำมาก อีกทั้งด้านหลังเป็นลานจอดรถ จึงคาดว่าน่าจะเป็นการดัดแปลงลานจอดรถมาเป็นห้องจัดเลี้ยง อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะผู้บริหารในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.55) สำนักโยธาจะรายงานความคืบหน้าในเรื่องนี้ ซึ่งหากพบว่ามีการดัดแปลงอาคารไม่ถูกต้องตามที่ขออนุญาต ตนจะประสานไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตคลองเตย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 ซึ่งมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา คือมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันไม่เกินวันละ 10,000 บาท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวอีกว่า สำหรับคณะทำงานตรวจสอบอาคาร 50 ชุดนั้น ในวันพรุ่งนี้ จะลงนามคำสั่ง ให้ผู้อำนวยการสำนักการโยธา เร่งระบุชื่อคณะทำงานเพิ่มเติมให้ชัดเจน เพื่อเร่งตรวจสอบแบบอาคาร คาดว่าในสัปดาห์จะเริ่มดำเนินการได้ นอกจากนี้ยังมอบหมายให้นำรายชื่อเอกชน ที่จะร่วมตรวจสอบอาคาร กว่า 1,000 ราย ขึ้นบนเว็บไซต์ของกทม. www.bangkok.go.th ด้วย ด้านพันตำรวจเอกรัฐ ศักดิ์ รักสลาม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ได้สอบสวนพยานบุคคล ซึ่งเป็นพนักงานโรงแรมไปแล้ว 5 คน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานต่อไป ขณะที่สวน ดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง คนกรุงเทพฯ กับเหตุการณ์ไฟไหม้ โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่พักอาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,267 คน พบว่า ร้อยละ 53.93 ไม่ค่อยเชื่อมั่น เนื่องจากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมักประสบปัญหากับการช่วยเหลือและการกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ร้อยละ 33.09 ค่อนข้างเชื่อมั่น เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมีการทำงานที่รวดเร็ว อุปกรณ์ต่างๆมีความพร้อมและทันสมัย ส่วนประเด็นคนกรุงเทพฯ คิดอย่างไร กับเหตุการณ์ไฟไหม้ตึกสูงใจกลางเมือง พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.90เห็นว่าควรมีระบบการป้องกันอัคคีภัยที่ดีกว่านี้ มีการตรวจเช็คระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ Produced by VoiceTV |