วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

กยน.ห่วงภัยแล้งมากกว่าน้ำท่วม

กยน.ห่วงภัยแล้งมากกว่าน้ำท่วม

กยน. ​ชี้ว่า ปีนี้ไทยจะเผชิญภัยแล้ง มากกว่าน้ำท่วม เนื่องจากมีฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ จึงประสานงานกับกรมชลประทาน ปรับแผนการพร่องน้ำในเขื่อนหลัก  ให้เหลือมากกว่าร้อยละ45 และแนะว่า เกษตรกรควรปลูกพืชระยะสั้นแทน

 

ในการสัมมนา"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการภัยพิบัติเชิงรุกและตั้งรับ"  ที่วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า รองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำหรือ กยน.  กล่าวว่า จากข้อมูลปริมาณฝนตกพบว่า ช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าปกติ แสดงให้เห็นว่าไทยมีโอกาสเผชิญภัยแล้ง มากกว่าน้ำท่วม



ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ควรเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกร เรื่องการปลูกข้าวนาปรังให้น้อยลง และหันมาปลูกพืชระยะสั้นแทน เพราะหากปลูกข้าวนาปรัง10 ล้านไร่ ต้องใช้น้ำมากกว่า10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ในขณะนี้ มีน้ำเพียงพอต่อการปลูกข้าวนาปรังเพียง 3,000ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น 

 

หลังการปลูกข้าวนาปรังสิ้นสุดลง กยน.ยังเตรียมประสานงานกับกรมชลประทานปรับแผนการระบายน้ำในเขื่อนหลัก ให้เหลือน้ำในอ่างมากกว่าร้อยละ45 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่อาจน้อยกว่าปกติ  และยังเห็นว่าการระบายน้ำ เป็นการทิ้งน้ำลงทะเล เกษตรกรไม่ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำส่วนนี้ เพราะยังใช้น้ำค้างทุ่งทำการเกษตร  จึงเห็นว่า การเก็บ หรือระบายน้ำ  ต้องยืดหยุ่นตามปริมาณน้ำฝน

 

หลังจากนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ.ยังเตรียมตั้งทีมโฆษก เพื่อสื่อสารข้อมูลแบบ Realtime ทำได้ตั้งแต่ทุก 5นาที ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า ขณะนี้มี 22 จังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งแล้ว  มากที่สุดคือภาคเหนือ 11 จังหวัด ส่วนพื้นที่รองลงมาคือภาคกลาง และภาคตะวันออก พื้นที่ละ 4 จังหวัด  ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด

 

Produced by VoiceTV